ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ต่างกันอย่างไร

ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ ปัญหาผิวที่ทำให้หลาย ๆ คนพังมานักต่อนัก ฟังดูแล้วคล้ายว่าจะเป็นเรื่องเดียวกัน แต่อันที่จริงแล้ว 2 ปัญหานี้มีสาเหตุและวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน แล้วเราจะสามารถแยก 2 ปัญหาผิวที่มีความคล้ายกันยังกับแกะแบบนี้ได้อย่างไร?

ผิวแบบไหนกันแน่? ผิวแห้งหรือผิวขาดน้ำ

ความแตกต่างของ 2 ปัญหาผิวนี้ สามารถแยกได้จากลักษณะเดิมของผิว ผิวที่ขาดน้ำจะมีโอกาสเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว ไม่ว่าจะเป็นคนผิวมันเยิ้มจนซับมันก็เอาไม่อยู่ขนาดไหนก็สามารถเกิดปัญหาผิวขาดน้ำได้ แต่สำหรับผิวแห้งจะเป็นลักษณะของผิวที่เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ซึ่งทั้ง 2 ปัญหาผิวนี้มีวิธีแก้ปัญหาที่ทั้งเหมือนและแตกต่างกัน ดังนี้

ผิวแห้ง : เป็นลักษณะของผิวอีก 1 ประเภทที่ต้องได้รับการดูแลมากเป็นพิเศษ ต้องพิถีพิถันทั้งการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวให้เหมาะสมกับสภาพผิว มีส่วนผสมของ NMF (Natural Moisturizing Factor) หรือสารให้ความชุ่มชื่นตามธรรมชาติ น้ำมันต่าง ๆ รวมไปถึงมอยส์เจอไรเซอร์ไว้คอยเคลือบผิวไม่ให้ผิวแห้งหนักไปมากกว่าเดิม และสามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้อย่างยาวนาน

Tips : หลีกเลี่ยงสบู่ หรือครีมอาบน้ำที่มีความเป็นด่างสูง เพราะจะยิ่งทำให้ผิวตึง ถือเป็นการซ้ำเติมผิวให้ยิ่งแห้งมากกว่าเดิม

ผิวขาดน้ำ : สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกสภาพผิว แต่จะสังเกตเห็นได้ชัดกับคนที่มีผิวผสม ผิวมัน หรือเวลาที่ผิวต้องเจอสภาพอากาศที่เย็นจัด ร้อนจัด ถึงแม้ว่าร่างกายจะผลิตไขมันออกมาจากรูขุมขนตามปกติ แต่ผิวจะมีอาการแห้ง ลอก เป็นขุย บางคนมีอาการคันร่วมด้วยคล้ายกับลักษณะของคนผิวแห้ง

Tips : ผิวขาดน้ำสิ่งที่แก้ได้ดีที่สุดก็คือการทดแทนน้ำ ควรดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน และเพิ่มปริมาณน้ำที่ดื่มให้มากขึ้น หากรู้ตัวว่าต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่เสี่ยงต่อการที่ผิวต้องสูญเสียน้ำ

แต่การแก้ปัญหาไม่ได้จบแต่เพียงเท่านี้ ยังมีอีก 1 วิธีที่สามารถจบทั้ง 2 ปัญหาผิวได้ครบ ง่าย ด้วยการฟื้นฟูผิวให้แข็งแรงจากภายในโดยการปรับค่าความสมดุลผิวให้อยู่ในระดับ pH 5.5 ค่าสมดุลที่ได้รับการยอมรับแล้วว่าเป็นค่าที่สามารถดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด ซึ่งผิวที่อยู่ภายใต้ค่า pH 5.5 จะมีการสร้างเกราะคุ้มกันผิวที่แข็งแรง พร้อมกักเก็บความชุ่มชื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพก็ไม่ต้องจำเป็นต้องกลัวว่าจะต้องเจอกับปัญหาผิวแห้ง หรือผิวขาดน้ำอีกต่อไป

สำหรับใครที่กำลังเผชิญกับปัญหาผิว มาลองสู้ไปด้วยกันกับ sebamed pH 5.5 ที่สุดของการดูแลผิวแม้ผิวแพ้ง่ายดูค่ะ เพราะเราเชื่อว่าการฟื้นฟูผิวให้กลับมามีสุขภาพดีได้แบบไร้ปัญหา ต้องเริ่มจากการดูแลโครงสร้างผิว ฟื้นฟูเกราะคุ้มกันผิวให้แข็งแรงควบคู่ไปกับการบำรุงผิวด้วยส่วนผสมที่มีประโยชน์ต่อผิวอย่างแท้จริง